Banner
About Us
Media-&-Education
 
Food-Matters
Health-&-Sport
 
1 2 3 4

Link to description of Infectious mononucleosis (kissing disease)
in English language

Mayo Clinic

Link to Thai Site:
http://www.clinicdek.com/

Clinicdek

FYI

Source Thai translation: Natasom Tangdajahiran
   
โรคโมโนนิวคลิโอสิส (Infectious mononucleosis)

     เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้รับการสอบถามจากเพื่อนว่า มีคนที่ที่ทำงานป่วยมีไข้สูงอยู่หลายวัน และมีต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอมาก ไปหาหมอ หมอว่าเป็นทอนซิลอักเสบ ได้ยามาทานแต่ก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาไข้ยังคงสูง และเริ่มมีผื่นแดงลายๆขึ้นตามตัว มีอาการปวดเมื่อยตามตัว และรู้สึกเพลีย อยากนอน ไม่รู้สึกสดชื่นมีแรงเหมือนก่อน ตอนแรกกลัวว่าจะเป็นไข้เลือดออก หมอจึงให้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และต่อมาก็บอกว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก แต่สงสัย เป็นโรคโมโนนิวคลิโอสิส จึงอยากทราบว่าโรคนี้คืออะไร มีอันตรายหรือไม่ และมีการดูแลรักษาอย่างไร


       โรคโมโนนิวคลิโอสิสนี้เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า เอป-สตีน-บาร์-ไวรัส (Epstein Barr Virus, EBV) มีชื่อย่อเป็น EBV ซึ่งเป็นไวรัสที่มีปรากฏอยู่นานแล้วเป็นร้อยปี ไม่ใช่เป็นไวรัสใหม่แต่อย่างไร และพบว่ายังมีเชื้อไวรัสอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแบบโมโนนิวคลิโอสิสที่คล้ายกันนี้ ได้แก่ ไซโตเมกกะโลไวรัส (Cytomegalovirus, CMV) ซึ่งเรียกย่อๆว่า CMV 

      ไวรัสทั้ง 2 ชนิดนี้อยู่ในตระกูลเฮอร์ปีย์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือจะเข้าสู่ร่างกายคนแล้วปรับตัวมันเองเอายีน (ข้อมูลทางพันธุกรรม) ของมันเข้าไปรวมอยู่กับเซลล์ของคนได้ โดยเฉพาะในเซลล์ของต่อมน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกันที่เรียกว่าเซลล์ลิมโฟซัย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพของคนๆนั้นว่าจะแข็งแรงพอที่จะรับมือกับไวรัสนี้ได้ดีแค่ไหน สำหรับคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติก็จะมีอาการป่วยไม่มากอาจเหมือนกับแค่เป็นหวัด เจ็บคอ มีไข้และเพลียบ้างไม่กี่วันก็หาย แต่ในบางรายก็ อาจมีไข้สูงไม่ทราบสาเหตุ และมีต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลียมาก และอาจมีผื่นขึ้นตามตัว มีภาวะตับอักเสบ มีตัวเหลืองตาเหลือง และบางรายมีม้ามโตด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆแสดงออกมาในช่วงเวลา1-2 สัปดาห์ และอาจมีไข้นานเป็นเดือนได้ 

      ปัจจุบันยังไม่มียาที่จะใช้รักษาได้อย่างชะงัด สำหรับโรคนี้ แต่พบว่าการพักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลรักษาหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น การติดเชื้ออื่นซ้ำเติม การดูแลเรื่องไข้ และการอักเสบของตับ หรือการที่มีอันตรายจากม้ามที่โตมากถูกกระทบกระเทือนทำให้เกิดม้ามแตก ก็จะทำให้คนไข้นั้นหายจากโรคนี้ได้ในที่สุด เพราะระบบภูมิคุ้มกันของคนคนนั้นจะเป็นตัวควบคุมไม่ให้โรคนี้มีการลุกลามได้

      ในกรณีที่คนไข้มีสุขภาพไม่ดีหรือมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ก็อาจมีอาการมากและมีโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เช่นในคนไข้ที่เป็นมะเร็ง คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ หรือคนไข้โรคเอดส์ การติดเชื้อไวรัสนี้จะทำให้เกิดโรครุนแรงเช่น ปอดบวม ตับอักเสบอย่างรุนแรง มีประสาทตาอักเสบทำให้ตาบอดได้ หรือเกิดเป็นมะเร็งของต่อมน้ำเหลืองขึ้นได้

      การติดต่อของเชื้อนี้ก็เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิด เนื่องจากเชื้อจะมีในน้ำลาย และอาจมีการติดต่อจากการสัมผัสละอองน้ำลายในเวลาไอ หรือจากการจูบกัน ในอดีต เคยมีการเรียก โรคโมโนนิวคลิโอสิสนี้ว่า โรคที่เกิดจากการจูบกัน (Kissing disease) เนื่องจากพบว่าเป็นโรคที่มักพบในคนหนุ่มสาว ที่ทางประเทศตะวันตกมักจะมีการออกเดท (นัดกันไปเที่ยว) และอาจมีการจุมพิตกันพอชื่นใจ และในอีกไม่กี่วันต่อมาก็พบว่าคู่สวีทของหวานใจก็ป่วยมีอาการเจ็บคอ และทอนซิลอักเสบ โดยที่ไม่ใช่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อสเตรป์ และจากนั้นก็มีอาการไข้สูงและเพลียมากขึ้นจนเป็นอย่างที่กล่าวแล้ว ทำให้ต้องนอนพักกันไปเป็นอาทิตย์ (เหมือนอ้อนแฟน) คอยให้มีคนมาเยี่ยมให้กำลังใจ นั่นละครับจึงจะหาย

      ในปัจจุบันพบว่ามีโรคอีกหลายอย่างที่มีความสัมพันธ์ร่วมกับการติดเชื้อ EBV หรือ CMV เช่น

  • มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดเบอร์กิต ( Burkitt’s Lymphoma),
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลืองในโพรงจมูกและช่องคอ ( Carcinoma of Nasopharynx) ซึ่งพบได้บ่อยในคนเอเซีย,
  • โรคเบื่อเซ็งเพลียเรื้อรัง ที่เรียกว่า Chronic Fatique Syndrome ที่ทำให้คนบางคนมีอาการเพลีย ท้อแท้ ไม่มีความสนใจที่จะทำกิจกรรม อยากนอน ไม่มีเรี่ยวแรง เหมือนแต่ก่อน ซึ่งพบว่าบางรายมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ EBV, CMV ที่ว่านี้ แต่ก็ไม่ทุกราย และบางครั้งก็พิสูจน์ได้ยากว่าเกิดจากการติดเชื้อ EBV ที่เป็นตัวการทำให้เกิด Chronic Fatique Syndrome ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นตัวกำหนดให้เกิดปัญหาเหล่านี้ในผู้ป่วยบางราย

     แต่ที่แน่นอนคือว่า ส่วนใหญ่ของคนที่ได้รับเชื้อ EBV หรือ CMV มักจะไม่ค่อยมีอาการอะไรให้เห็นชัดเจน และแม้ในรายที่ป่วยก็มักจะไม่มีอาการมากนัก และอาการป่วยต่างๆนี้หายได้ แม้ว่าตัวเชื้อไวรัสจะยังคงสามารถอยู่ในร่างกายของเราได้ไปตลอดแต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆขึ้น ยกเว้นก็แต่ว่าเมื่อภูมิคุ้มกันของเราลดลง ที่จะออกมาก่อปัญหา

      และมีข้อพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือในหญิงมีครรภ์ที่บังเอิญได้รับการติดเชื้อ CMV ในระหว่างตั้งครรภ์ บางราย (ส่วนน้อย) จะทำให้ทารกในครรภ์มีการติดเชื้อ CMV นี้ไปด้วย และทำให้เกิดความพิการและมีปัญหาได้ตั้งแต่แรกเกิด ส่วน EBV นั้นยังไม่มีรายงานว่าทำให้เกิดปัญหากับทารกในครรภ์มารดาจนทำให้เกิดการพิการ ฯลฯ

       คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอ่านมาถึงตอนนี้แล้วเกิดอยากจะรู้ว่าแล้วโรคนี้มีทางป้องกันได้ไหม ก็ขอตอบว่า เนื่องจากเชื้อไวรัสเหล่านี้เป็นเชื้อที่พบได้ค่อนข้างบ่อย และมีการติดต่อไปเรื่อยๆจากคนหนึ่งไปสู่คนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ฉะนั้นเกือบทุกคนก็จะได้รับเชื้อนี้ไม่เร็วก็ช้า และพบว่าถ้าได้รับเชื้อนี้ในตอนอายุน้อย ส่วนใหญ่มักจะไม่ทำให้เจ็บป่วยอะไรนัก ฉะนั้นอย่างเราๆท่านๆที่กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ หลายคนก็จะมีเชื้อนี้อยู่ในตัวแล้ว และไม่ต้องวิตกกังวลอะไรนะครับ และในปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนที่จะป้องกันเชื้อนี้ด้วย

     ดังนั้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกป่วยด้วยโรคนี้ ก็ไม่ต้องกังวลนะครับ ความรู้ที่อยากให้ได้จากบทความนี้คือ การที่เรารู้จักดูแลสุขภาพของเรา ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้น จะสามารถช่วยให้เราไม่เจ็บป่วยอย่างรุนแรงหรือเรื้อรังจาก โรคโมโนนิวคลิโอสิส นี้ ครับ

นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์
คลินิกเด็ก.คอม